เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ตามเทศกาลตรุษจีนแล้ว ถือเป็นวันไหว้
(จะมีสามวัน วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว)
 
ตามหลักของคนจีนแท้ๆ อย่างรุ่นตายาย
เค้าจะมีวิธีดูว่าปีนี้เทพจะลงมาเวลาประมาณไหน
 
ในวันไหว้ของทุกปี
สิ่งที่ต้องทำคือการไหว้เทพเจ้าตามความเชื่อ
 
 
สิ่งที่ต้องทำหลังจากรู้เวลาเทพลง
ก็คือการไปที่ศาลเจ้าของจีน
 
จะไปไหว้เจ้ากันตามประสาปีใหม่ของจีน
ถ้ามีโอกาสผมก็จะมาทุกๆปี
ด้วยว่าตัวเองเป็นคนนอนดึก
เวลาที่เทพ(ชอบ)ลงเรายังไม่นอนอยู่แล้ว
 
และอีกสิ่งหนึ่ง
ผมเป็นคนชอบบรรยากาศตอนกลางคืน
 
 
 
ทุกครั้งที่ผมได้มาศาลเจ้า
ผมสัมผัสได้ถึงความเคยชินหลายๆอย่าง
 
 
ได้กลิ่นธูปเทียนฟุ้งไปทั่วบริเวณ
เสียงประทัดดังมาเป็นระยะ
เห็นบรรยากาศแห่งความศรัทธาของผู้คนเชื้อสายจีน
ร้านรถเข็นขายของคาว ของหวานของจีนแท้ๆ
แสงสีจากในตัวศาลเจ้า รูปสลักตามประตู เสาต่างๆ
 
 
 
ทุกสิ่งคุ้นตาผมทั้งหมด 
ด้วยความที่ผมมาตั้งแต่ยังเด็ก
 
ปีที่ผ่านๆมาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร
ตั้งใจที่จะมาไหว้แล้วก็กลับตามปกติ
 
 
แต่เหมือนปีนี้มีอะไรดลใจ
ที่ทำให้ผมอยากถ่ายรูปภายในบริเวณศาลเจ้านี้
 
ผมจึงบรรจงหยิบไอพอดน้อยๆ
และเลือกมุมให้รูปที่ต้องการออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด
 
 
....
..
.
.
 
รูปแล้ว รูปเล่า
มุมแล้ว มุมเล่า
 
ผมรู้สึกว่าภายในรูปมันยังสวยไม่พอ
มันยังขาดอะไรบางอย่างไป..
 
คือถ้าพูดถึงเรื่ององค์ประกอบศิลป์ ผมไม่รู้
แต่ผมดูด้วยความรู้สึก มันรู้สึกขาดๆ
 
 
 
สิ่งที่ขาดไป
คงเป็นสิ่งที่เรียกว่า "ช่วงเวลา"
 
 
 
จริงอยู่..
ที่รูปภาพสามารถบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาไว้ได้
 
แต่ภาพก็ไม่สามารถบันทึก "ปัจจุบัน" ได้
 
 
 
รูปที่ปรากฏอยู่ในจอไอพอด
มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ถูกบันทึก
 
ในรูปบันทึกเสียงประทัดไม่ได้
ในรูปบันทึกเขม่าควันธูปเทียนไม่ได้
ในรูปบันทึกความศรัทธาไม่ได้
 
 
...
.
 
..
...
..
 
.
 
 
ผมเก็บไอพอด เดินเข้าศาลเจ้า
ไหว้เทพแต่ละองค์ตามปกติ
 
ใช้ความคุ้นเคย
จดจำบรรยากาศรอบๆ
เปิดประสาทสัมผัสทุกส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
รับความสวยงามจากช่วงเวลาในปัจจุบันให้มากที่สุด
 
 
 
ช่วงเวลาที่ได้ใช้สายตา
บันทึกภาพในปัจจุบัน(ณ ตอนนั้น)
 
คงสวยงามกว่ารูปในจอไอพอด
ที่เมื่อผ่านไปก็กลายเป็นอดีตอย่างแน่นอน
 
 
 
.
.
.
.
 
 
 
...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ
ผมก็แอบถ่ายรูปมาอยู่ดี ดื้อจริงๆเลยกู (ฮ่า)
 
 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------------